แชร์

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน คืออะไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง มีกี่ประเภท?

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ย. 2025
Field Emission Scanning Electron Microscope

ในแวดวงวิทยาศาสตร์ การศึกษา การวิจัยและพัฒนา สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมากที่จำเป็นที่สุดสำหรับการศึกษานั่นก็คือเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือที่ว่านี้ก็มีหลากหลายอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่กำลังศึกษา สำหรับการศึกษาโครงสร้างภายใน องค์ประกอบของเซลล์ต่าง ๆ เครื่องมือหนึ่งที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน กล้องที่ว่านี้คืออะไร มีระบบการทำงานอย่างไรบ้าง มีจุดเด่นอะไร แล้วมีกี่ประเภท? เรา Hong Kong NTI ผู้ให้บริการเครื่องมือวัดระดับไมโคร-นาโนประสบการณ์ความชำนาญกว่า 15 ปี จะมาอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) คืออะไร?

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน คือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ลำแสงอิเล็กตรอนแทนลำแสงปกติในการสร้างภาพวัตถุที่มีขนาดเล็ก ซึ่งลำแสงอิเล็กตรอนจะมีกำลังขยายที่สูงกว่าหลายเท่า ขยายตัวภาพได้สูงกว่าการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง ซึ่งกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนนี้จะนำมาใช้ศึกษาเกี่ยวกับชีววิทยา วัสดุศาสตร์ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ธรณีวิทยา วิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม และนาโนเทคโนโลยี

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน มีกี่ประเภท?

ประเภทของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะมีด้วยกันหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภท

1. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope: TEM)

เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ลำแสงอิเล็กตรอนพลังงานสูงผ่านตัวอย่างที่บางมาก (ประมาณ 50-100 นาโนเมตร) และจะให้ภาพ 2 มิติที่ให้ความละเอียดสูงของโครงสร้างภายใน เพียงพอที่จะสามารถให้เห็นถึงระดับอะตอมได้ เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่สามารถขยายโครงสร้างนาโนเมตรได้ถึง 50 ล้านเท่า โดยกล้องจุลทรรศน์ TEM จะเน้นการใช้งานด้านวัสดุศาสตร์ รวมถึงชีววิทยา เซลล์และไวรัสต่าง ๆ

2. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope: SEM)

เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ลำแสงอิเล็กตรอนพลังงานสูงกวาดไปบนพื้นผิวของตัวอย่าง สร้างภาพเป็นแบบ 3 มิติที่มีความลึกและละเอียดสูง เพื่อตรวจวัดอิเล็กตรอนทุติยภูมิที่เกิดขึ้น มีกำลังขยายสูงสุดประมาณ 1-2 ล้านเท่า และความละเอียดประมาณ 1-20 นาโนเมตร กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน SEM นิยมใช้ในการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของวัสดุและตัวอย่างทางชีวภาพ

3. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดชนิดฟิล์อีมิสชั่น (Field Emission Scanning Electron Microscope: FESEM)

กล้องจุลทรรศร์อิเล็กตรอน FESEM เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่การพัฒนาต่อยอดจาก SEM โดยใช้แหล่งกำเนิดอิเล็กตรอนแบบสนามไฟฟ้า (Field emission) ที่ให้ลำอิเล็กตรอนที่มีพลังงานคงที่และมีความสว่างที่สูงมากกว่า ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 0.5-1 นาโนเมตร และสามารถทำงานที่แรงดันต่ำได้ ซึ่งเหมาะสำหรับตัวอย่างที่ไม่นำไฟฟ้าและตัวอย่างที่ไวต่อลำอิเล็กตรอน

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ชนิดฟีล์อีมิชั่น - FESEM

จุดเด่นของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ที่มากกว่ากล้องประเภทอื่น

การใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีจุดเด่นหรือคุณสมบัติเฉพาะที่มากกว่ากล้องจุลทรรศน์ทั่วไปในหลายด้าน ดังนี้
  • มีกำลังขยายและความละเอียดของภาพที่สูงกว่า เทียบกับกล้องจุลทรรศน์แบบแสงที่ขยายได้ 1,000-2,000 เท่า
  • สามารถมองโครงสร้างที่ละเอียดได้ถึงระดับอะตอม
  • สามารถให้ภาพได้หลากหลาย อย่างกล้อง TEM จะให้โครงสร้างของภาพแบบ 2 มิติ ส่วนกล้อง SEM จะให้โครงสร้างภาพแบบ 3 มิติ
  • กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนสมัยใหม่มักมีระบบวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีแบบ EDS (Energy Dispersive X-ray Spectroscopy) หรือ WDS (Wavelength Dispersive X-ray Spectroscopy)
  • ให้ความลึกของการโฟกัส (Depth of field) ที่สูงกว่ากล้องจุลทรรศน์แบบแสงทั่วไป
  • กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนสามารถให้ข้อมูลเชิงปริมาณได้หลากหลาย เช่น ความหนาของชั้นวัสดุ ขนาดของอนุภาค ความหนาแน่นของรูพรุน หรือทิศทางของโครงสร้างผลึก

การถ่ายภาพเซลล์มะเร็งด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนสามารถถ่ายภาพเซลล์มะเร็งได้ด้วยความละเอียดสูงมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยและการวิจัยโรคมะเร็ง โดยมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้:

  1. สามารถแสดงรายละเอียดของโครงสร้างเซลล์มะเร็งในระดับที่กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงไม่สามารถแสดงได้
  2. ช่วยให้มองเห็นความแตกต่างระหว่างเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติ จากการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของออร์แกเนลล์ต่างๆ เช่น นิวเคลียส ไมโตคอนเดรีย และเยื่อหุ้มเซลล์
  3. สามารถตรวจวัดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อต่างๆ ได้อย่างละเอียด

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หลักการทำงาน ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะมีด้วยกันหลายขั้นตอน

  1. การผลิตลำแสงอิเล็กตรอน ผ่านฟิลาเมนท์ทังสเตน (Tungsten filament) เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้การให้ความร้อนแก่ลวดทังสเตนจนเกิดการปล่อยอิเล็กตรอน หรือแหล่งกำเนิดสนามไฟฟ้า (Field emission) ใช้สนามไฟฟ้าแรงสูงสกัดอิเล็กตรอนออกจากปลายโลหะแหลมคม ทำให้ได้ลำอิเล็กตรอนที่มีความสว่างสูงและพลังงานสม่ำเสมอ
  2. การควบคุมและโฟกัสอิเล็กตรอน ผ่านเลนส์คอนเดนเซอร์ เลนส์วัตถุ และเลนส์ขยาย
  3. การกระทบระหว่างอิเล็กตรอนกับตัวอย่าง เช่น อิเล็กตรอนทะลุผ่านในกล้อง TEM และอิเล็กตรอนทุติยภูมิ ในกล้อง SEM
  4. การตรวจวัดและการสร้างภาพ ในกล้อง TEM จะเป็นแบบ 2 มิติ และกล้อง SEM จะเป็นแบบ 3 มิติ

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ใช้ศึกษาอะไร?

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะนำมาใช้ศึกษาในตัวอย่างที่มีความบางมาก ซึ่งสามารถใช้ศึกษาได้ในหลายงาน เช่น

  • การศึกษาด้านวัสดุศาสตร์
  • การวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี
  • การศึกษาด้านชีววิทยา
  • การศึกษาด้านการแพทย์
  • การวิจัยด้านเภสัชศาสตร์
  • อุตสาหกรรมเซารามิค
  • อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
  • การศึกษาธรณีวิทยา
  • การวิจัยด้านอาหาร การเกษตร

Hong Kong NTI ผู้ให้บริการกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดชนิดฟิลด์อีมิสชั่น FESEM

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่งที่สามารถศึกษาได้หลายแขนง ตามที่ได้อธิบายไปว่ากล้องที่ว่านี้มีหลายประเภท ซึ่งประเภทกล้องจุลทรรศน์ FESEM จะเป็นประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูง เรา Hong Kong NTI มีบริการและจัดจำหน่ายกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด FESEM ที่มีประสิทธิภาพสูงแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรม ด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 15 ปีที่เราส่งมอบเครื่องมือและบริการวัดขนาดเล็กระดับไมโครและนาโน เพื่อการวิจัยและการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจ สามารถติดต่อเราได้ที่ 725 อาคารเอส-เมโทร ชั้น 20, ถนนสุขุมวิท, คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ

โทร: 02-821-5278

อีเมล: info@hknti.com

Line: https://line.me/R/ti/p/@816txpya

บทความที่เกี่ยวข้อง
3d nano printing
เครื่องมือระดับนาโนมากมาย เช่น 3D Nano Printing คือเทคโนโลยีการผลิตชิ้นงานที่มีโครงสร้างซับซ้อนในระดับนาโนเมตรที่สูงถึง 100 nm โดยมีความแม่นยำและให้รายละเอียดที่สูงมาก
19 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy และ Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy