แชร์

Novel Hyperspectral Microsystem : ถ่ายภาพและวิเคราะห์ในระบบเดียว

อัพเดทล่าสุด: 6 ส.ค. 2026

บทนำ
เทคโนโลยีการถ่ายภาพระดับจุลภาค (microscopic imaging) เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในงานวิจัยด้านชีววิทยาเซลล์ วัสดุศาสตร์ เภสัชศาสตร์ โลหิตวิทยา และภูมิคุ้มกันวิทยาทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ระบบไมโครสโคปีแบบดั้งเดิมมักแยกส่วนการถ่ายภาพ การประมวลผลข้อมูล และการวิเคราะห์เชิงปริมาณออกจากกัน ทำให้ผู้ใช้งานต้องอาศัยซอฟต์แวร์และขั้นตอนที่หลากหลายในการดำเนินงานวิจัยให้ครบวงจร บริษัท Hong Kong NTI Limited จึงได้พัฒนา "ระบบไมโครสโคปีไฮเปอร์สเปกตรัมรุ่นใหม่" (Novel Hyperspectral Microsystem) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อผนวกรวมกระบวนการถ่ายภาพ การประมวลผล และการวิเคราะห์ให้อยู่ในระบบเดียวกัน พร้อมทั้งตอบสนองมาตรฐานการถ่ายภาพจุลทรรศน์เชิงไฮเปอร์สเปกตรัมระดับงานวิจัย (research-grade)

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอภาพรวมเชิงเทคนิคของระบบดังกล่าว ครอบคลุมสถาปัตยกรรมของฮาร์ดแวร์ ความสามารถด้านการถ่ายภาพ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ ตลอดจนตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานจริงในสาขาต่าง ๆ

หลักการและองค์ประกอบเชิงเทคนิคของระบบ
1. ความละเอียดเชิงแสงและการถ่ายภาพสามมิติ
ระบบมีความละเอียดเชิงแสง (optical resolution) ในแนวระนาบ xy อยู่ที่ 240 นาโนเมตร และในแนวแกน z อยู่ที่ 600 นาโนเมตร ซึ่งจัดอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาโครงสร้างระดับจุลภาคที่มีความละเอียดสูง นอกจากนี้ระบบยังมีกลไกกำจัดแสงรบกวน (stray light) ที่อยู่นอกระนาบโฟกัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับเทคนิคการซ้อนภาพหลายชั้น (multi-layer stacking) ที่ช่วยให้สามารถสร้างภาพสามมิติความละเอียดสูงได้

      

2. แหล่งกำเนิดแสงฟลูออเรสเซนซ์ LED แบบอิสระหลายความยาวคลื่น
ระบบใช้แหล่งกำเนิดแสงฟลูออเรสเซนซ์ชนิด LED กำลังสูงที่มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยประกอบด้วยความยาวคลื่นอิสระสี่ช่วง (four-wavelength independent LED) ซึ่งให้ความสว่างสูงและมีอายุการใช้งานยาวนาน รองรับการสลับความยาวคลื่นด้วยความเร็วสูง ซึ่งช่วยลดปรากฏการณ์ photobleaching ของตัวอย่างได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยเส้นใยแก้วนำแสง (fiber-optic coupling) เพื่อให้แสงกระจายอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งขอบเขตการมองเห็น (field of view)

3. กล้องถ่ายภาพชนิด sCMOS ระดับงานวิจัย
หัวใจสำคัญของระบบด้านการรับภาพคือกล้อง back-illuminated sCMOS ระดับงานวิจัยแบบขาวดำ (monochrome) ซึ่งมีคุณลักษณะเด่นดังนี้

  • ขนาดเซนเซอร์ 1.2 นิ้ว ขนาดพิกเซล 6.5 × 6.5 ไมโครเมตร
  • ประสิทธิภาพเชิงควอนตัม (quantum efficiency) สูงถึงร้อยละ 95 ที่ความยาวคลื่น 600 นาโนเมตร
  • อัตราเฟรม (frame rate) สูงสุด 100 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 2048 × 2048 พิกเซล

คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ระบบสามารถบันทึกภาพที่มีความไวแสงสูงและความละเอียดสูงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาปรากฏการณ์ทางชีวภาพที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์

4. แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ระดับงานวิจัย (SRF)
ระบบมาพร้อมกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เฉพาะที่เรียกว่า SRF (Scientific Research-grade Framework) ซึ่งครอบคลุมการทำงานสามด้านหลัก ได้แก่

  1. การรับภาพ (Image Acquisition) — รองรับการรับข้อมูลแบบห้ามิติ (xyzλt) คือ พิกัดเชิงพื้นที่ (x, y, z) ความยาวคลื่น (λ) และเวลา (t) พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติแบบครบกระบวนการ
    การประมวลผลภาพ (Image Processing) — ครอบคลุมการสร้างภาพสามมิติและการแสดงผล
  2. การประมวลผลแบบ co-localization การปรับความสว่าง คอนทราสต์ และค่าขีดแบ่ง (threshold) การพลิกและกลับด้านภาพ การลบพื้นหลัง การสร้างภาพเคลื่อนไหว การประมวลผลแบบสแตก และการประมวลผลบริเวณสนใจ (ROI)
  3. การวิเคราะห์ (Analysis) — วิเคราะห์พารามิเตอร์เชิงปริมาณ เช่น ระยะทาง เส้นรอบวง พื้นที่ ความเป็นวงกลม ค่าระดับสีเทาสูงสุดและต่ำสุด การวิเคราะห์ co-localization การนับเซลล์ การนับอนุภาค การติดตามโปรตีน การวิเคราะห์กลุ่มย่อยของประชากรเซลล์ และการวิเคราะห์วัฏจักรเซลล์ (cell cycle)


การผนวกรวมฟังก์ชันทั้งสามด้านนี้เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว สะท้อนแนวคิดหลักของระบบที่มุ่งลดความซับซ้อนของกระบวนการวิจัยตั้งแต่การเก็บข้อมูลจนถึงการวิเคราะห์ผล

กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้งานจริง
จากเอกสารประกอบผลิตภัณฑ์ ระบบดังกล่าวได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในกรณีศึกษาที่หลากหลาย ซึ่งสะท้อนความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีไฮเปอร์สเปกตรัมไมโครสโคปีในหลายสาขาวิชา ดังนี้

  • ปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัสดุระดับนาโนกับเซลล์จุลชีพ โดยใช้อนุภาคนาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO₂) เป็นกรณีศึกษา
  • การตรวจหาอนุภาคนาโนในเซลล์เพาะเลี้ยง โดยใช้อนุภาคนาโนทองคำ (Au) เป็นตัวแทน

   

  • การตรวจหาอนุภาคนาโนออกไซด์ของเหล็กในเซลล์เพาะเลี้ยง ร่วมกับการระบุอนุภาคนาโนซีเรียมไดออกไซด์ (CeO₂) ในเนื้อเยื่อ ทั้งในเชิงภาพและเชิงสเปกตรัม
  • การถ่ายภาพและวิเคราะห์ลักษณะของวัสดุนาโนโลหะชนิดต่าง ๆ ในสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (in vivo imaging)

      

  • การถ่ายภาพและระบุวัสดุนาโนโลหะในตัวอย่างสิ่งแวดล้อม

    

  • การวิเคราะห์เชิงพื้นที่และเชิงสเปกตรัมของวัสดุนาโนชนิดเพอรอฟสไกต์ (perovskite nanomaterials)
  • การวิเคราะห์สเปกตรัมลักษณะเฉพาะของเส้นใยผ้า ภายใต้เลนส์วัตถุกำลังขยาย 50 เท่า
  • การวิเคราะห์องค์ประกอบแร่ธาตุ โดยแสดงเส้นโค้งการสะท้อนแสงเชิงสเปกตรัม (spectral reflectance curve) ของแร่ชนิดต่าง ๆ เช่น ดาโทไลต์ (datolite) และแคลเซียมโบโรซิลิเกต

   


ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในงานวิจัยด้านชีววิทยา นาโนเทคโนโลยี วัสดุศาสตร์ ไปจนถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมและธรณีวิทยา โดยอาศัยจุดเด่นของการวิเคราะห์แบบผสานภาพและสเปกตรัม (image–spectral integration) ในช่วงความยาวคลื่นที่มองเห็นได้จนถึงอินฟราเรดใกล้ (400–1000 นาโนเมตร)

บทสรุป

ระบบไมโครสโคปีไฮเปอร์สเปกตรัมรุ่นใหม่ที่นำเสนอในเอกสารนี้ เป็นระบบถ่ายภาพจุลทรรศน์เชิงไฮเปอร์สเปกตรัมในช่วงคลื่นที่มองเห็นได้ถึงอินฟราเรดใกล้ (400–1000 nm) ซึ่งมีจุดเด่นสามประการหลัก ได้แก่ (1) การผนวกรวมภาพและสเปกตรัมเข้าด้วยกันเพื่อรองรับอนาคตดิจิทัลอัจฉริยะ (2) ความสามารถในการถ่ายภาพสามมิติที่มีความละเอียดระดับนาโนเมตร และ (3) การเป็นส่วนหนึ่งของสายผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์

ด้วยการผนวกรวมฮาร์ดแวร์ด้านทัศนศาสตร์ประสิทธิภาพสูง แหล่งกำเนิดแสงฟลูออเรสเซนซ์แบบหลายความยาวคลื่น กล้อง sCMOS ระดับงานวิจัย และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ครบวงจรตั้งแต่การรับภาพจนถึงการวิเคราะห์ ระบบนี้จึงมีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือสนับสนุนงานวิจัยสหวิทยาการที่ต้องการทั้งความละเอียดเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงสเปกตรัมในเวลาเดียวกัน

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การเลือกเครื่องทดสอบความแข็งไมโครวิคเกอร์ที่เหมาะสม: คู่มือปฏิบัติสำหรับรุ่น HV-1000A/B และ HVS-1000A/B
เครื่องทดสอบความแข็งไมโครวิคเกอร์ HV-1000A/B และ HVS-1000A/B คือโซลูชันสำหรับห้องปฏิบัติการที่ต้องการความแม่นยำสูงในการวัดความแข็งของชิ้นงานขนาดเล็ก บาง หรือมีรูปทรงพิเศษ ด้วยมาตรวิทยาหลักที่เหมือนกันทุกรุ่น ความแตกต่างอยู่ที่การเลือกชุดหัววัดแบบอัตโนมัติหรือแมนนวล และการเชื่อมต่อข้อมูลแบบดิจิทัล ทำให้แต่ละห้องแล็บสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับจังหวะการทำงานจริงได้
18 มิ.ย. 2026
3d nano printing
เครื่องมือระดับนาโนมากมาย เช่น 3D Nano Printing คือเทคโนโลยีการผลิตชิ้นงานที่มีโครงสร้างซับซ้อนในระดับนาโนเมตรที่สูงถึง 100 nm โดยมีความแม่นยำและให้รายละเอียดที่สูงมาก
19 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy และ Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy